fbpx

รีไฟแนนซ์บ้าน ลดเงินผ่อน ประหยัดดอกเบี้ย

คู่มือรีไฟแนนซ์บ้าน ลดเงินผ่อนประหยัดดอกเบี้ย

สำหรับใครที่ผ่อนบ้านหรือคอนโดมิเนียมมาได้สักระยะแล้วอยากประหยัดดอกเบี้ย ลดภาระเงินผ่อนให้ถูกลง “รีไฟแนนซ์” เป็นหนึ่งวิธีการที่สามารถช่วยได้

โดยเฉพาะช่วงนี้ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก ๆ ใครที่กำลังเล็งอยากจะเจรจาขอลดดอกเบี้ยอยู่ เรียกว่านี่เป็นจังหวะสำคัญเลย แต่หากใครที่ยังมีคำถามอยู่ว่า รีไฟแนนซ์คืออะไร? วันนี้เราจะคลายข้อสงสัยนี้ให้แบบชัด ๆ

รีไฟแนนซ์ มีคอนเซ็ปต์ง่าย ๆ คือเป็นการเปลี่ยนสัญญาซื้อบ้าน ด้วยการย้ายไปผ่อนบ้านกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ ซึ่งใช้วิธีกู้เงินก้อนใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เพื่อนำไปโปะหนี้ก้อนเก่าที่มีอยู่นั่นเอง

รีไฟแนนซ์ ดีอย่างไร ?

  1. ช่วยลดค่าผ่อนต่อเดือน

ในกรณีที่เราต้องการลดภาระค่าผ่อนรายเดือน เราสามารถรีไฟแนนซ์เพื่อช่วยยืดระยะเวลาผ่อนชำระให้ยาวนานขึ้นได้ ทำให้ในแต่ละเดือนคุณอาจมีเงินเหลือในกระเป๋าเพื่อใช้จ่ายมากขึ้นได้หลายพันบาท ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ช่วงนั้นอาจมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายอื่น ๆ มากขึ้น หรืออาจจะต้องการแบ่งเงินบางส่วนไปเก็บออมเพื่อความมั่นคงในระยะยาว เป็นต้น 

  1. ช่วยลดภาระดอกเบี้ย

อีกหนึ่งเหตุผลหลักในการรีไฟแนนซ์ ก็เพื่อลดภาระดอกเบี้ยสินเชื่อ ซึ่งโดยปกติแล้วธนาคารมักจัดโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำแค่เฉพาะช่วง 1-3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากโปรโมชันหมดลง อัตราดอกเบี้ยจึงปรับสูงขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การรีไฟแนนซ์โดยเปลี่ยนสัญญาสินเชื่อไปที่ธนาคารอื่น จึงเป็นเทคนิคที่หลายคนเลือกใช้เพื่อช่วยประหยัดภาระดอกเบี้ย

ตัวอย่างเช่น

ปัจจุบันนาย A มียอดกู้บ้านเหลือ 1,500,000 บาท โดยผ่อนมาแล้ว 3 ปี และเหลือระยะเวลาผ่อนต่ออีก 27 ปี

– กรณีที่ 1 ผ่อนต่อโดยไม่รีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปีไปอีกเป็น 27 ปี

เท่ากับว่าดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมดจะอยู่ที่ 1,154,762 บาท

– กรณีที่ 2 ตัดสินใจรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่น โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่น 3 ปีแรก 4.25%และหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยคงที่ 6% ต่อปี

คำนวณออกมาแล้วดอกเบี้ยที่ต้องชำระ 3 ปีแรก = 155,536 บาท

ดอกเบี้ยที่ต้องชำระหลังจากปีที่ 3 เป็นต้นไป = 655,931 บาท

รวมดอกเบี้ยตลอดสัญญา 811,467 บาท

ดังนั้น จากข้อมูลการข้างต้นจะเห็นว่าการรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยให้ประหยัดภาระดอกเบี้ยไปได้ถึง 343,295 บาท

หมายเหตุ : ข้อมูลคำนวณเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา (https://bit.ly/30ROlKp)

เรื่องที่ต้องเช็กก่อนรีไฟแนนซ์

  1. เช็กเงื่อนไขสัญญา

ถ้าอยากรีไฟแนนซ์ อันดับแรกต้องเอาสัญญาสินเชื่อมากางดูก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ มีติดเงื่อนไขอะไรบ้าง เพราะปกติแล้วเราจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้เมื่อเริ่มผ่อนบ้านไปแล้ว 3 –  5 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร)

  1. เช็กโปรโมชัน

แต่ละธนาคารนั้นมีเงื่อนไขรีไฟแนนซ์ที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราจึงควรสำรวจข้อมูลสินเชื่อโปรโมชันของหลาย ๆ แห่ง แล้วนำมาเปรียบเทียบกันว่าที่ไหนคุ้มค่า และเหมาะสมกับเรามากกว่ากัน

      3. เช็กค่าใช้จ่าย

อย่าลืมนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับจำนวนดอกเบี้ยที่เราประหยัดไปได้ ว่าดูแล้วคุ้มค่าต่อการรีไฟแนนซ์หรือไม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้

– ค่าประเมินราคา

– ค่าจดจำนอง

– ค่าอากรแสตมป์

– ประกันอัคคีภัย

– เบี้ยประกันคุ้มครองวงเงินกู้ (MRTA)

– ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติมของธนาคาร

 

รวมสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ปี 2563

อ่านมาถึงตรงนี้สำหรับใครที่กำลังสนใจรีไฟแนนซ์บ้าน และไม่อยากพลาดจังหวะสำคัญในยุคดอกเบี้ยต่ำ วันนี้เราได้รวบรวมโปรโมชันแบบคุ้ม ๆ ของหลากหลายธนาคารมาให้แล้ว

โดยสรุปแล้วจะเห็นว่าประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน หากทำในจังหวะที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายถูกลงไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ธนาคารบางแห่งยังให้วงเงินเพิ่มจากยอดหนี้เดิมอีกด้วย เพียงแต่ต้องอย่าลืมศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดีเท่านั้นเอง

 

1+

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน