fbpx

การปฏิบัติต่อเจ้าที่หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านอย่างถูกวิธี

บ้านคนไทยส่วนใหญ่ล้วนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม หากแต่จะมีกี่คนที่ทราบถึงวิธีการปฏิบัติต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นอย่างถูกวิธี ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าบ้านไปจนถึงการบูชา ในบทความนี้เราจะพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแง่มุมของพลังงานโดยไม่ยึดโยงต่อความเชื่อของศาสนาใด ๆ และจะพูดเป็นข้อ ๆ ถึงสิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ เพื่อเป็นคู่มือให้เจ้าของบ้านได้ปฏิบัติต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านอย่างถูกวิธีเพื่อความสุขความเจริญของผู้อยู่อาศัย

ความเชื่อเรื่องการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเชิงฮวงจุ้ยสามารถอธิบายได้ว่าเป็นส่วนเสริมจากพลังงานทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว หมายความว่าอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าที่ของบ้านก็สามารถตั้งได้ด้วยหลายจุดประสงค์ เช่น การหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภายในบ้าน แต่ก่อนที่จะคิดตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อยากให้เข้าใจก่อนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้มีผลต่อเจ้าของบ้านจริง ๆ ไม่มากก็น้อย เราจึงควรทำให้ถูกหลักเพื่อไม่ให้ความตั้งใจที่จะทำเกิดผลร้ายอันไม่พึงประสงค์ตามมาโดยไม่ตั้งใจ

1.การนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องมีฤกษ์ยามที่ถูกต้อง ฤกษ์ยามนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากในเรื่องการจัดฮวงจุ้ย เปรียบได้กับการเปิดสวิตช์ไฟเพื่อให้ฮวงจุ้ยที่จัดไว้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่ซินแสที่จัดฮวงจุ้ยมักจะแนะนำเรื่องฤกษ์ยามกระทำการต่าง ๆ มาด้วย แต่ในกรณีการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญเข้าสู่บ้านเรือนอาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นการพิเศษเพื่อขอฤกษ์ยามที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย เรื่องนี้อย่าละเลย ทำแค่ครั้งเดียวแต่ให้ผลไปตลอด

2.ตำแหน่งการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องถูกต้อง ตำแหน่งภายในบ้านของเราจะมีทั้งตำแหน่งที่เป็นมงคล และไม่เป็นมงคลปะปนกันไป การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควรจะตั้งในจุดที่เป็นมงคลเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสุขความเจริญ โดยการหาตำแหน่งโดยพื้นฐานเราสามารถตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ตรงข้ามกับประตูใหญ่ได้เช่นกัน แต่ถ้าต้องการความละเอียดมากกว่านั้นก็คงต้องปรึกษาซินแสเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมกว่าตามแต่จุดประสงค์ของเจ้าของบ้านว่าต้องการให้เกิดความรุ่งเรืองในด้านใดเป็นพิเศษ เช่นต้องการให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดี หรือต้องการให้ผู้อยู่อาศัยทำมาค้าขายราบรื่น

3.ระวังตำแหน่งน้ำต่าง ๆ ภายในบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์พูดเป็นกลาง ๆ จะมีลักษณะเป็นธาตุไฟ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องระวังน้ำต่าง ๆ ไม่ให้อยู่ใกล้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกินไป เพราะจะทำให้พลังงานเกิดความสับสน ยกตัวอย่างเช่น การตั้งตู้ปลาอยู่ด้านหลัง หรือด้านล่าง เป็นต้น นอกจากนั้นตำแหน่งห้องน้ำเองก็ต้องระวัง ห้ามนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งใกล้ห้องน้ำ เช่น การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์พิงกำแพงห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งการแชร์กำแพงเดียวกับห้องน้ำ

4.อย่าละเลยเรื่องการบูชา เมื่อตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วควรต้องมีการบูชาอย่างสม่ำเสมอตามหลักของศาสนานั้น ๆ อย่าเพียงตั้งไว้เฉย ๆ โดยไม่ให้ความสำคัญ ถ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธ หรือลัทธิเต๋าก็ให้จุดธูปไหว้บ้างอย่างน้อย ๆ อาทิตย์ละครั้งก็ยังดี เป็นเหมือนการกระตุ้นพลังงานสม่ำเสมอ เพราะถ้าตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่ดูแล อาจจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี สู้ไม่มีเลยยังจะดีกว่า

5.อย่าให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สกปรกเป็นอันขาด ความสกปรกเป็นพลังงานที่ไม่ดี การปล่อยให้ศาลเจ้าที่หรือหิ้งพระสกปรกมาก ๆ จะทำให้บ้านเกิดปัญหาวุ่นวายอยู่ตลอด ให้หมั่นทำความสะอาดสม่ำเสมอ แต่ต้องระวังการขยับเขยื้อนกระถางธูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ

6.ระวังสิ่งแวดล้อมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ดูสภาพแวดล้อมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ละเอียดว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ เช่น ติดห้องครัว ติดห้องน้ำ อยู่ระหว่างทางเดิน หรือใกล้ถังขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่านำเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในห้องนอน ถ้าเป็นบ้านหลายชั้นก็ให้ระวังด้านบนด้านล่างของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยว่าอย่าให้ตรงกับห้องครัว หรือห้องน้ำ

7.ระวังเรื่องกระจก ห้ามตั้งไว้ตรงข้ามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นภาพสะท้อน เพราะจะทำให้พลังงานในบ้านเกิดความสับสนในตำแหน่งหลัก ซึ่งจะทำให้คนในบ้านมีดวงที่ไม่มั่นคง ขึ้น ๆ ลง ๆ

8.ถ้าโต๊ะได้ขนาดมงคลก็ดี ถ้าเป็นศาลเจ้าที่แบบจีน ขนาดของศาลจะถูกกำหนดขนาดมงคลมาแล้วซึ่งเป็นข้อบังคับของการสร้างศาล โดยขนาดมงคลสามารถดูได้จากตลับเมตรพิเศษที่จะมีการกำหนดตำแหน่งไว้ แต่สำหรับโต๊ะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ภายในบ้านถ้าสามารถวัดขนาดมงคลได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลเกินไป เพราะผลที่ได้จากการใช้ขนาดมงคลไม่ได้เห็นชัดเจน

9.ระวังตำแหน่งไฟ ต้องระวังอย่าให้ไฟข่มตำแหน่งเจ้าที่หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะจะทำให้กำลังของไฟแรงเกินไปจนผู้อยู่อาศัยเกิดความอึดอัด การข่มตำแหน่งหมายความว่า อย่าให้ไฟอยู่บนหัว หรือบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์

10.ระวังการจัดเรียงสูงต่ำ และตำแหน่งการวาง ให้ระวังลำดับชั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดี เราควรจัดเรียงความสูงต่ำตามลำดับชั้น เช่น ถ้าในศาสนาพุทธเราจะยกพระรัตนไตรไว้สูงสุด จากนั้นค่อยเป็นเป็นองค์เทพเทวดาไล่เรียงลงมาเป็นลำดับชั้น ควรมีการแบ่งแยกให้ชัดเจน และควรมีพระประธานที่โดดเด่นที่สุดเพียง 1 องค์ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ถ้าหากมีการบูชาบรรพบุรุษร่วมด้วยควรจัดแยกออกให้เป็นสัดส่วนต่างหากเพราะเราถือว่าพลังหยิน และหยางไม่ควรปะปนกัน

0

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.