fbpx

ถอดรหัส New Normal ในวันที่ “บ้าน” จะสำคัญกว่าที่เคย

New Normal หรือ “ความปกติใหม่” เป็นคำที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน และ Work from Home กันเป็นเวลากว่า 2 เดือน

หลายคนอาจยังสงสัยว่า New Normal คืออะไร ? ถ้าจะแปลง่าย ๆ ความหมายของคำนี้ก็คือ สิ่งที่เราไม่คุ้นเคยก่อนหน้านี้ จะกลายเป็นเรื่องปกติหลังจากนี้ ด้วยพฤติกรรมของคนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เช่น การประชุมออนไลน์, การหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หรือความนิยมในการการสั่ง Food Delivery เป็นต้น 

แม้กระทั่งพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เพราะเมื่อทุกคนต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านตัวเองมากขึ้น บ้านจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญมากกว่าที่เคยอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงได้สรุปปรากฏการณ์ New Normal ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมาฝาก 

 

  1. พื้นที่ในบ้านจะสำคัญยิ่งกว่าเคย 

จะเห็นว่าแต่ก่อนนั้นคนlส่วนมากให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยหลัก ๆ ไม่กี่อย่าง อาทิ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำ แต่มักมองข้ามพื้นที่ส่วนอื่นในบ้านอย่างเช่น ห้องครัว มุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือพื้นที่อื่น ๆ รอบบ้าน ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง   

แต่ในตอนนี้ที่ทุกคนอยู่ติดบ้านมากขึ้น และเริ่มเคยชินกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ของตัวเอง เพราะสามารถทำงานจากที่บ้านได้ และต่อจากนี้เชื่อว่าหลาย ๆ บริษัท คงมีการปรับเปลี่ยนนโยบายให้พนักงานยังสามารถ Work from Home ต่อไปได้ แม้จะพ้นช่วง COVID-19 ไปแล้วก็ตาม

จึงไม่แปลกถ้าต่อไปเราคงได้เห็นคนหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ภายในบ้านมากขึ้น ปรับให้มีความยืดหยุ่นกว่าเดิม ทั้งพื้นที่สำหรับทานอาหาร ทำครัว ห้องทำงาน และพื้นที่ออกกำลังกาย เพื่อตอบสนองให้สามารถทำอะไรได้หลากหลาย โดยไม่ต้องออกจากบ้านนั่นเอง

 

  1. บ้านใจกลางเมืองอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป

ก่อนช่วงที่จะเกิด COVID-19 เราจะเห็นว่าปัจจัยแรก ๆ ในการเลือกที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนทำงานตามเมืองใหญ่ ๆ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มักจะมองไปที่ทำเลใจกลางเมือง หรือตามแหล่งออฟฟิศ ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ (CBD) โดยยึดตามแนวเส้นรถไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อให้เดินทางไปทำงานสะดวกรวดเร็ว หลีกเลี่ยงปัญหารถติด

อย่างไรก็ดี สิ่งนี้อาจไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นแล้วสำหรับคนทำงานยุคต่อไป เมื่อเราสามารถเริ่มปรับตัวให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน อีกทั้งภายใต้งบประมาณที่เท่ากัน บ้านหรือคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง มักจะมีขนาดพื้นที่เล็กกว่า 

ดังนั้น เมื่อไลฟ์สไตล์การทำงาน และการดำเนินไม่เหมือนเดิม ผู้คนไม่ได้อยากเข้าไปแออัดในพื้นที่ใจกลางเมืองอีกต่อไปแล้ว แต่มองหาพื้นที่โปร่งสบาย กว้างขวาง เพื่อเป็นความเป็นส่วนตัวของตัวเอง ทำให้วิธีคิดในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยย่อมเปลี่ยนไปแน่นอน

 

  1. บ้านชานเมืองจะกลายเป็นคำตอบ

เมื่อก่อนบ้านทำเลชานเมืองอาจมีข้อจำกัดในเรื่องการเดินทาง และเติบโตช้าลงทุนยาก รวมถึงแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ยังชื่นชอบการใช้ชีวิตในเมืองที่สะดวกรวดเร็วมากกว่า

ทั้งนี้ ปัจจุบันในหลาย ๆ พื้นที่เริ่มมีความเป็นเมืองมากขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ไม่ได้กระจุกตัวเพียงในเมืองเหมือนแต่ก่อนแล้ว  

ประกอบกับการที่เราต้องใส่ใจกับเรื่อง Social Distancing เพราะฉะนั้น  ที่พักอาศัยแถบชานเมือง น่าจะเป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ในเรื่องความคุ้มค่าด้วยพื้นที่กว้างขวาง ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อมที่ไม่แออัด และมีความร่มรื่นอยู่สบาย อีกทั้งยังมีเรื่อง Individual Society’ ที่ทุกคนจะหันมาหวงแหนความเป็นส่วนตัว และใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพมากขึ้น จึงไม่แปลกหากบ้านหรือทาวน์โฮมแถบชานเมืองจะเป็นคำตอบในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับในอนาคต

  1. ผู้คนจะหันมาใส่ใจดูแลบ้านตัวเองมากขึ้น

หลายคนอาจจะเคยละเลยกับการดูแลรักษาบ้านของตัวเอง เพราะแต่เดิมเวลาส่วนใหญ่ของเรานั้นมักหมดไปกับการอยู่ออฟฟิศ หรือออกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ข้างนอก แต่เมื่อในตอนนี้ที่หลายอย่างไม่สามารถทำข้างนอกได้ เนื่องจากอาจกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้ต่อไปเราคงต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านตัวเองมากขึ้น ไม่ได้เสียเวลาไปกับการเดินทางไปออฟฟิศ หรือ ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก 

จึงไม่แปลกหากผู้คนจะกลับมาให้ความสำคัญ และดูแลใส่ใจบ้านของตัวเองยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเห็นได้แล้วจากเทรนด์การตกแต่งบ้าน หรือกระแสการจัดสวนที่ตอนนี้กำลังฮิตเอามาก ๆ และคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

  1. เพื่อนบ้านจะสำคัญมากกว่าเคย

ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนบ้านเป็นปัญหาคลาสสิกมาก ๆ ที่ไม่มีใครอยากพบเจออยู่แล้ว เพราะคงทำให้การอยู่อาศัยไม่เป็นสุข รวมถึงเจอปัญหาปวดหัวจุกจิกไปตลอดแน่ ๆ

ฉะนั้น การเลือกซื้อบ้านสักหลัง ต้องคำนึงให้ดีต่อคุณภาพสังคมรอบบ้าน ขณะเดียวกันยิ่งทุกวันนี้จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เราให้ความสำคัญกับความเชื่อใจและความปลอดภัยกันมากกว่าที่เคย เพื่อความมั่นใจเวลาออกไปใช้พื้นที่สวนกลาง พบปะพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

ทำให้พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหลังจากนี้ หลายคนจะให้ความสำคัญกับผู้พัฒนาโครงการมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ว่ามีความน่าเชื่อถือไหม มีนิติบุคคลที่ไว้ใจได้คอยช่วยแก้ปัญหาหรือเปล่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจในเรื่องเหล่านี้

 

ทั้งหมดนี้ คาดว่าจะเป็นปรากฏการณ์  New Normal ที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่อการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต และก็เชื่อว่าบ้านจะกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่เคยอย่างแน่นอน เมื่อทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน โดยที่สามารถทำงานได้ ประชุมโดยไม่ต้องเดินทาง มีอาหารมาส่งถึงที่ รวมทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย เพราะฉะนั้น การเลือกบ้านที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่แบบ New Normal อยู่ล่ะก็ “สัมมากร” ก็ได้มีโครงการใหม่ ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ทั้ง บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sammakorn.co.th/project/type/new-projects/

4+

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน