fbpx

แจ้งวัฒนะ Space of Opportunity พื้นที่แห่งโอกาส โอกาสแห่งพื้นที่

ถ้าเราจะมีพื้นที่สักแห่งเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตได้ในอนาคต เราคงอยากได้พื้นที่ที่สามารถจะสร้างโอกาสและความเป็นไปได้ให้มากที่สุด หากเอ่ยถึงพื้นที่แห่งโอกาสและการเติบโตแบบสมัยก่อน คงหนีไม่พ้นสีลม สาทร ย่านที่ถูกพัฒนา จนปัจจุบันเหลือพื้นที่ในการขยายตัวได้ไม่มากนัก ทำให้แหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ค่อนข้างกระจุกตัว นั่นเป็นเหตุให้ “แจ้งวัฒนะ” กลายเป็นทำเลที่ถูกจัดวางให้เป็น Space of Opportunity ใหม่ ที่มีทั้งการขยายเส้นทางคมนาคม ที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล หรือแม้แต่เรื่องราคาที่ดินก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาไปหาคำตอบว่า ทำไม แจ้งวัฒนะ ถึงเป็นทำเล พื้นที่แห่งโอกาสใหม่แห่งอนาคต

โอกาสของแจ้งวัฒนะ โอกาสแห่งการเติบโต

แจ้งวัฒนะ คือย่านทำเลทองที่เต็มไปด้วยสถานที่มากมายที่ให้เราได้ไป ใช้ชีวิต ชม เที่ยว ช้อป กันแบบลืมเวลาชีวิตที่น่าเบื่อกันได้เลยทีเดียว ร้านอาหารเด็ดที่ ๆ สายชิมก็ต้องห้ามพลาด สาวกคาเฟ่ผู้ที่หลงไหลและชื่นชอบเครื่องดื่ม ขนมและบรรยากาศความเป็นคาเฟ่ให้เราพักผ่อนหย่อนใจ แจ้งวัฒนะก็เป็นย่านที่ตอบโจทย์เพราะมีร้านกาแฟมากมายที่กำลังเกิดขึ้น เราได้เลือกอยู่อาศัยที่มาพร้อมความสะดวกสบายเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหรือจะเลือกลงทุนซื้อไว้เพื่ออนาคตก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีทีเดียว ดังนั้นแจ้งวัฒนะจึงเป็นย่านที่เพื่อให้ผู้คนใช้ชีวิตกันได้แบบเต็มที่ ได้อย่างมีความสุข หากจะเกริ่นลอย ๆ ทุกคนอาจจะไม่เห็นภาพ วันนี้เราเลยมาลองพาทุกคนไปเริ่มสำรวจแบบเจาะลึกว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของย่านนี้คืออะไร แล้วย่านที่เค้าว่าครบครันตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แสนจะลงตัวมันจะลงตัวจริงมั้ย หากไม่รอช้าเราจะเริ่มพาทุกคนไปสำรวจ แจ้งวัฒนะ ย่านแห่งโอกาสในการเติบโตกัน

1.โอกาสแห่งการเดินทาง ถูกวางให้เป็นแนวถนนเส้นรถไฟฟ้า สายสีชมพูและสายสีแดง

 

 

หลังจากที่สายสีม่วง ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจาก MRT สายสีน้ำเงินได้จัดวางโครงสร้างเสร็จ เพื่อเพิ่มเส้นทางการเดินทางและลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน เส้นรถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็ถือเป็นสายต่อไปที่จะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีแดง และสายอื่นๆ รวมแล้วทั้งหมด 5 สายโดยสายสีชมพูจะวิ่งตลอดแนวเส้นแจ้งวัฒนะ 

          รถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทาง แคราย-มีนบุรี เป็นโครงการรถไฟฟ้าแบบ Feeder ครั้งแรกในเมืองไทย คือเป็นขบวนรถไฟฟ้าที่จะไม่ได้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโดยตรง แต่จะเน้นการขนส่งคนจากพื้นที่บริเวณรอบ ๆ แล้วมาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าในสายอื่น ๆ เช่น เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง  ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี หรือเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่สถานีหลักสี่ เป็นต้น 

 รถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้เป็นเส้นทางขนส่งมวลชนสายรอง ประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกอย่างโซนมีนบุรีและเขตจังหวัดนนทบุรี ที่เป็นโครงสร้างลักษณะแบบยกระดับตลอดเส้นทาง โดยมีสถานีทั้งหมดรวม 30 สถานี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่ยาวมากอีกหนึ่งสาย โดยระยะทางเกือบเท่ากับรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิทกับสายสีลมรวมกันเลยทีเดียว โดยในหนึ่งขบวนสามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนประมาณ 40,000 คนต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 35-80  กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

         สำหรับความคืบหน้าล่าสุด คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในเฟสแรก ช่วงสถานีมีนบุรีถึงสถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ในประมาณเดือนตุลาคม ปี 2564 และเฟส 2 จากสถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ต่อไปยังสถานีกรมชลประทาน และเฟสสุดท้ายจากสถานีกรมชลประทาน ถึงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ภายในเดือนตุลาคม ปี 2565

          

2.โอกาสแห่งเชื่อมต่อเส้นทางหลากหลาย

นอกจากการมาถึงของรถไฟฟ้าหลายสาย อีกไม่นาน แจ้งวัฒนะในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการจราจรไม่คับคั่งอย่างที่เคย รวมถึงใครที่จะใช้เป็นเส้นทางการเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ก็ไม่ต้องใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรให้ยุ่งยากและยังใกล้เพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตร หรือถ้าอยากเดินทางโดยทางเรือ ก็สามารถขึ้นเรือด่วนได้ที่ท่าเรือปากเกร็ดได้เช่นกัน หากมองเส้นทางต่อไปยาวๆ ในโซนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ ถนน 345 ที่เชื่อมต่อไปยังเส้นกาญจนาภิเษกที่สามารถเดินทางถึงบางบัวทอง บางใหญ่ ที่สามารถเชื่อมต่อสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเชื่อมยาวสู่เมืองไปยังถนนสาทร สีลม ได้สะดวกด้วยเช่นกัน

3.โอกาสแห่งการเป็น Top of mind ไลฟ์สไตล์คนเมือง

ภาพจาก : https://www.facebook.com/IMPACTvenue

ความเปลี่ยนแปลงของทำเลสังเกตุได้จากการก่อสร้างของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่เพิ่มขึ้นมากมาย นอกจากจะมีเมืองทองธานี ที่เป็นย่านศูนย์แสดงสินค้าและจัดการประชุมขนาดใหญ่ ทำเลนี้ยังเป็นแหล่งรวม คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดนัด ร้านอาหาร และความบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่รอบๆ ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทาง ทั้งห้างบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส ห้างเซ็นทรัลและเมเจอร์ฯ ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต

4.โอกาสการเติบโตในการลงทุน

หลังจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูเริ่มก่อสร้าง ราคาที่ดินตลอดเส้นทางก็เริ่มปรับตัวขยับพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 30-50 % เลยทีเดียว ซึ่งการเทียบราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์ พบว่า ถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนที่มีราคาประเมินที่ดินที่สูงที่สุดในปากเกร็ด ด้วยศักยภาพของการพัฒนาของพื้นที่รอบข้างที่มีความหลากหลายมากกว่าถนนเส้นอื่นๆในนนทบุรี ทำให้ “แจ้งวัฒนะ” เสมือนเป็นตัวเอกของย่านนนทบุรีมาแต่ไหนแต่ไร

และสำหรับใครที่กำลังมองหาทำเลบ้านเดี่ยวแถวแจ้งวัฒนะ ที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของถนนแจ้งวัฒนะ เราขอแนะนำ 3 โครงการของสัมมากร ที่คิดเพื่อมาตอบโจทย์โอกาสในชีวิต โครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ โครงการสัมมากร อเวนิว ชัยพฤกษ์-วงแหวน และ โครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-วงแหวน 2 ด้วยความตั้งใจที่อยากดูแลลูกบ้านให้เหมือนกับการดูแลครอบครัว

1.โครงการ สัมมากร อเวนิว ชัยพฤกษ์-วงแหวน

ทำเลศักยภาพ ตอบรับการใช้ชีวิตสู่เมือง ทาวน์โฮมหลังใหญ่ ระบบ Smart Home 3 ชั้นบนทำเลดี เพียง 15 นาที สู่ถนนแจ้งวัฒนะ มากกว่าบ้านเดี่ยวด้วยดีไซน์ทันสมัยและความสุขสงบ เป็นส่วนตัว ในบรรยากาศรื่นรมย์เริ่ม 2.69 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://bit.ly/2uIeTQu

 

2. โครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-วงแหวน 2 

 

ความสุขบนทำเลศักยภาพใกล้เมือง บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ 3-4 ห้องนอน สังคมคุณภาพ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ พร้อมคลับเฮ้าส์หรู ตอบโจทย์ทุกครอบครัวสมัยใหม่ พร้อมอยู่ ท่ามกลางสวนใหญ่ร่มรื่นใกล้ทางด่วนกาญจนาฯ ไม่กี่นาทีถึงถ.แจ้งวัฒนะเริ่ม 4.9 ล้านบาทสิทธิพิเศษและข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://bit.ly/2oGm7BK

 

3. โครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ

บ้านหรูโครงการใหม่ที่อยู่ติด ถ.ชัยพฤกษ์ตัดใหม่ ใกล้ชิดธรรมชาติในสังคมส่วนตัว ตัวโครงการติดถนนใหญ่ชัยพฤกษ์เส้นหลัก เชื่อมต่อสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ทั้งยังแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ทุกพื้นที่ออกแบบอย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียว พร้อมคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกราวกับใช้ชีวิตในรีสอร์ต สร้างจากความเข้าใจชีวิตอย่างแท้จริง  เริ่มเพียง 10.5 ล้านบาท ข้อเสนอพิเศษและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sammakorn-chaiyaphruek-chaengwattana.com/

บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) จึงดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทบ้านจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาตลอดตั้งแต่ปี 2513 จนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 50 ปี โดยปัจจุบันได้รับความไว้วางใจ ส่งมอบบ้านแก่ลูกบ้านแล้วกว่า 6,000 หลัง ที่สร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้ผู้คนตลอดมา และพร้อมที่จะพัฒนาสร้างโอกาสแห่งพื้นที่ต่อไปในอนาคต

0

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน