fbpx

ข้อควรระวังในการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน

ในบ้านของคนเราส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมีความเชื่อแบบไหน นับถือศาสนาใด ๆ ต่างก็ล้วนมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจภายในบ้านด้วยกันทั้งสิ้น หากสิ่งนั้นเป็นแค่สิ่งของทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองใด ๆ ในการจัดการ แต่ถ้าหากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เรากำหนดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งนั้นย่อมมีอิทธิพลต่อจิตใจต่อเจ้าของบ้านมากกว่าทั้งทางความรู้สึก และเรื่องเหนือธรรมชาติที่เราอธิบายไม่ได้ และเราคงต้องใช้ความใส่ใจในการจัดการให้ถูกต้องตามหลักไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นพระ หรือเทพที่เรานับถือก็ตาม

การจัดการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในบ้านของเราอาจจะดูเป็นเรื่องที่ดูทำได้ยาก และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาจัดการให้ ความเชื่อแบบนี้ไม่ผิดนักเพราะเป็นสิ่งที่ต้องมีความรู้เฉพาะทางจริง ๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าโดยหลักพื้นฐานแล้วเราเองก็สามารถจัดการสิ่งนี้ในหลาย ๆ ส่วนได้ด้วยตัวเองเช่นกัน หรืออย่างน้อยหากเราเข้าใจหลักการแล้ว เราก็จะสามารถสื่อสารกับทางผู้ที่เราเชิญมาทำพิธีกรรมได้

1.สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องมีประธาน ความหมายง่าย ๆ คือบ้านเราต้องกำหนดให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นเห็นได้ชัดที่สุด 1 องค์ประดิษฐานอยู่ตรงตำแหน่งที่สำคัญที่สุด มองเห็นได้เด่นชัดที่สุดในบริเวณที่เราตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เราอาจกำหนดให้บ้านมีประธานอยู่ 1 ที่ก็ได้เช่นอยู่ในห้องพระ ห้องบูชา หรือเราอาจจะกำหนดให้มีอยู่หลาย ๆ ที่ในบ้านก็ไม่ผิด แต่อย่างน้อยใน 1 ห้องให้จำกัดว่าควรจะมีประธานแค่ 1 เดียว โดยให้สังเกตุการจัดวางของพระที่อยู่ในวัดเป็นตัวอย่างก็ได้

2.มีการบูชาอย่างสม่ำเสมอ หากเรากำหนดให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราควรจะทำการบูชาตามพิธีที่เรายึดถืออย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยทิ้งให้กลายเป็นเพียงของประดับบ้าน อย่างน้อยที่สุดก็ให้ทำการยกมือไหว้ง่าย ๆ ก็ยังดี แต่หากให้แนะนำก็อยากให้มีการถวายดอกไม้ อาหาร น้ำดื่ม ก็จะเป็นการดี และถ้าสามารถจุดธูปได้บ้างก็จะดีที่สุด

3.ควรจะรู้ที่มาที่ไปของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาบูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีหลายรูปลักษณะไม่ว่าจะเป็นรูปปั้น ผ้ายันต์ คัมภีร์ ฯลฯ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่ถูกประจุพลังงานบางอย่างไว้ในนั้น เราจึงควรรู้ให้แน่ว่าสิ่งที่เรานำเข้าบ้านนั้นประจุพลังงานที่ดีเป็นมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านของเรา แนะนำว่าให้หาบูชาจากศาสนสถานที่เรานับถือจะเป็นการปลอดภัยที่สุด

4.ตำแหน่งการจัดวางต้องถูกต้อง ในกรณีนี้ขอพูดเฉพาะความเชื่อแบบผสม โดยมีศาสนาพุทธเป็นหลักตามคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย เราควรจัดวางพระพุทธให้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด รองมาด้วยพระไตรปิฎก และพระอริยสงฆ์สาวก จากนั้นค่อยจัดเรียงเทพเจ้าตามความเชื่ออื่น ๆ ที่เรานับถือ และปิดท้ายด้วยเทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทอื่น ๆ 

5.พื้นที่การวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความมั่นคง ในที่นี้คือไม่อยู่บริเวณที่มีความสั่นสะเทือนมากเกินไป ด้านหลังควรเป็นกำแพงทึบ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวด้านหลัง นอกจากนั้นเราไม่ควรตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้หลังพิงกับกำแพงที่ใช้ร่วมกับกำแพงห้องน้ำ หรือกำแพงห้องครัว

6.ขนาดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควรเหมาะสมกับห้องหรือตัวบ้าน เราคงไม่อยากให้บ้านเราเป็นเหมือนวัดหรือศาลเจ้า เพราะฉะนั้นเราควรเลือกขนาดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พอดีโดยให้เทียบกับกำแพงของห้องที่เราจัดวาง ไม่มีขนาดกำหนดตายตัวว่าควรเป็นขนาดเท่าไหร่ แต่เราสามารถกะประมาณด้วยสายตาได้เลยว่าขนาดไหนที่มองแล้วไม่กระทบสายตาเรามากเกินไป

7.ไม่ควรนำเถ้ากระดูกไว้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็ตาม กระดูกผู้เสียชีวิตมีพลังงานที่ไม่เข้ากับคนมีชีวิตอย่างเรา ๆ ทั้งนี้รวมถึงไม่ควรนำพกติดตัวด้วยไม่ว่าจะเป็นฟัน หรือกระดูกชิ้นอื่นใดก็ตาม กระดูกควรนำเก็บไว้ในที่อันสมควรเช่นวัด ถ้าหากต้องการเก็บสิ่งแทนใจผู้เสียชีวิตให้เลือกเก็บเป็นอย่างอื่นแทน 

8.กำหนดทิศทางการหันหน้าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เหมาะสม ด้วยรูปลักษณ์การจัดวางเราควรหันหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกทางหน้าบ้าน เพื่อแทนความหมายของการคุ้มครอง หรือการรับพลังงานที่ไม่ดีที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านก่อนสิ่งอื่น เราไม่ควรตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หันหลังให้ประตู หรือไม่ควรใช้ผนังพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับประตูทางเข้าห้องหรือบ้าน นอกจากนั้นเรายังไม่ควรตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้หันหน้าชนกับเราไม่ว่าจะเป็นห้องนอน หรือโต๊ะทำงาน

9.มีฤกษ์ยามในการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีขนาดใหญ่ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งใจนำมาเป็นประธานของบ้าน เหล่านี้ควรต้องมีฤกษ์ยามในการอันเชิญเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งหลักการพื้นฐานนี้จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความรู้มาช่วยดูแล และในบางครั้งอาจจะต้องมีพิธีการตั้งวางบ้าง แนะนำให้ทำอย่างถูกหลักการจะดีที่สุด

สำหรับหลักการเรื่องการบริหารพลังงาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราตั้งอยู่ในบ้านล้วนมีผลต่อการเคลื่อนตัวของพลังงานในบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งนั้น ๆ ไม่ว่าจะดีร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรให้ความใส่ใจกับกฎพื้นฐานเหล่านี้เพื่อที่จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องและเกิดผลที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย เพราะถ้าหากเราไม่สามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องแล้ว การไม่ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านเลย และใช้พลังงานฮวงจุ้ยที่ได้จากชัยภูมิของบ้านล้วน ๆ อาจจะให้ผลที่ดีกว่า 

3+

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.