fbpx

ปวดหลังครั้งนี้ กลบเกลื่อนความเหนื่อยล้าไม่มิด จนชีวิต BURNOUT

รู้จักกับ BURNOUT SYNDROME ภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือ ภาวะหมดไฟในการทำงาน แบบทะลุปรุโปร่ง ขอเวลาแค่ 3 นาที เราจะบอก 3 วิธี ที่จะสลัดภาวะนี้ออกจากตัวคุณอย่างได้ผล ดีมั้ยถ้าสามารถคืนความสดใสให้การทำงานในทุกวันของคุณให้ยังคงมี Passion และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข 

ต้องย้ำว่า Burnout Syndrome ยังไม่ถูกกำหนดว่าเป็นโรค หลายคนสับสนว่าภาวะหมดไฟ กับโรคซึมเศร้าใช่โรคเดียวกันหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ ในทางการแพทย์ภาวะ Burnout Syndrome ยังเป็นเพียงอาการหรือภาวะหมดไฟในการทำงานเท่านั้นเพราะฉะนั้นยังสามารถแก้ไขได้ แต่ผลวิจัยประเมินแล้วว่า ภาวะนี้สามารถพัฒนาให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆได้ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นอย่ารอให้หมดไฟเรื้อรังก่อนแล้วค่อยคิดหาทางรักษา ต้องรีบจัดการกับอาการทันที จะได้ไม่เกิดปัญหาอื่นๆมารบกวนใจคุณ ทางที่ดีควรสังเกตตัวเองอยู่เรื่อยๆว่าเริ่มมีอาการเบื้องต้นของภาวะหมดไฟหรือยัง

แล้วอาการหมดไฟมันเป็นยังไงนะ? ถ้าคุณกำลังรู้สึกชีวิตช่าง Low battery หดหู่ เครียด หมดใจกับการทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือขาดสมาธิในการทำอะไรสักอย่างที่คุณเคยทำได้ นี่คืออาการทางจิตใจของภาวะBurnout และถ้าคุณเริ่มมีอาการปวดหลัง ออฟฟิสซินโดรม ลำไส้แปรปรวนเรื้อรัง ปวดหัวเรื้อรัง หรือไมเกรน เรากำลังจะย้ำอีกครั้งว่าอาการปวดเหล่านี้ก็เป็นสัญญาณทางกายภาพของภาวะหมดไฟอีกเช่นกัน เพราะอาการของภาวะBurnout นั้นไม่ธรรมดา มันน่ารำคาญ บั่นทอนจิตใจเราสะสมไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งคุณจะเริ่มรู้ตัวว่ากำลังขาดแรงจูงใจในการทำงาน หงุดหงิด ก้าวร้าว ร่างกายอ่อนแรง เริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และอาจมีผลกับงานและเพื่อนร่วมงานของคุณในที่สุด เพราะภาวะนี้มันเกิดจากความเครียดสะสมจากงานที่คุณทำอยู่ในทุกวันล้วนๆ เพราะมันเกินกำลังที่ร่างกายและสมองรับไหว คุณกำลังฝืนสมดุลร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงเริ่มประท้วงคุณด้วยภาวะBurnout 

หลายคนกำลังตกอยู่ในภาวะBurnout อย่างไม่รู้ตัว หรือ บางทีก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะช่วงนี้ ที่ต้องอยู่กับวิถีการทำงานแบบ Work From Home แล้วด้วย เรียกว่าเวลาส่วนตัวก็ต้องทำงาน เวลางานก็กินเวลาพักผ่อนไปโดยปริยาย จะทำยังไง จะเอาเวลาที่ไหนไปรักษา พอมีอาการก็ยิ่งมืดแปดด้านไม่รู้จะจับต้นชนปลายแก้ไขที่ตรงไหน ยิ่งคิดยิ่งเครียด อาการก็ยิ่งหนัก งานก็ไม่เดินหน้าสักที เราจะบอกว่า แค่เปลี่ยน 3 สิ่งนี้ในทุกๆวัน ค่อยๆเริ่มปรับทีละอย่าง จะช่วยคุณหลุดพ้นจากภาวะนี้ได้โดยไม่ยากเย็นจนเกินไป เริ่มจาก…

#1 กินดี เรื่องง่ายๆที่หลายคนมองข้าม แค่กินดีจะช่วยคุณรอดจากภาวะหมดไฟได้ หลายคนคงเถียงในใจว่าเราก็กินดีตลอด อาหารมื้อใหญ่จัดหนักจัดเต็มบุฟเฟ่ต์หลังเลิกงาน สรรหาอาหารสุขภาพมากินทุกครั้งที่มีเวลากิน แต่ถ้าคุณกินอาหารไม่ครบมื้อ รับสารอาหารไม่เต็มที่อย่างที่ร่างกายต้องการ ขาดน้ำระหว่างวัน นั้นยังไม่เรียกว่ากินดี ลองปรับการกินใหม่ แล้วร่างกายจะสมดุลขึ้น

#2 เคลื่อนไหวดี ลองเลิกนิสัยนั่งลากทำงานไปยาวๆติดต่อกันทีละหลายๆชั่วโมง หยุดพฤติกรรมงานไม่เสร็จไม่ลุกจากเก้าอี้ แล้วหันมาเปลี่ยนเป็นทุก 30-60 นาที ลุกขึ้นเดิน ยืดเส้นยืดสายบ้าง อาการปวดเรื้อรังจะได้ไม่มาเยือน เมื่อไม่มีอาการปวด ก็จะไม่มีอะไรมารบกวนสมาธิการทำงานของคุณ ร่างกายได้เคลื่อนไหว ผ่อนคลายสมองและกระดูกข้อ ระบบเลือด ทางเดินอาหารไปด้วย เมื่อร่างกายผ่อนคลายก็ช่วยปรับสมดุลได้อีกทาง

#3 นอนดี นอนดีที่ว่าคืออะไร นอนหลับให้สนิท นอนอย่างมีคุณภาพ ให้สมองได้พักอย่างจริงจัง ตื่นอย่างสดชื่น หลับในเวลาใกล้เคียงกันในทุกๆคืน ช่วยให้ฮอร์โมนทำงานได้ปกติ นั่นถึงจะเรียกว่านอนดี 

ลองเช็คดูว่า 3 สิ่งนี้ กินดี เคลื่อนไหวดี นอนดี คุณยังขาดอะไรไป ลองค่อยๆปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต พฤติกรรมเหล่านี้ แล้วภาวะหมดไฟจะค่อยๆหายไปจากชีวิตคุณตลอดกาล

สัมมากร

บ้านที่หลับสบาย ไร้กังวล

Have a good sleep 

www.sammakorn.co.th

#SAMMAKORN #บ้าน #สัมมากร #บ้านหลับสบาย #หมดไฟ #หมดใจ #หมดแรง #ปวดหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #BURNOUTSYNDROME

……………………………………………………..

สามารถ Add friend Line ได้ที่นี่ https://bit.ly/3BixfVZ
หรือค้นหา line ID : @sammakorn
เพียงเท่านี้ก็จะไม่พลาดข้อมูลข่าวสารเรื่องบ้านและสิทธิประโยชน์อีกเพียบ

0

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.