fbpx

7คำถามสร้าง Safezone ที่พ่อแม่ควรถามทุกวัน หลังจากกลับจากโรงเรียน

บ้านเป็นพื้นที่ที่ชีวิตของมนุษย์จะผูกพันด้วยมากที่สุด การเติบโตของมนุษย์คนหนึ่งเริ่มจากสถานที่ที่เรียกว่าบ้าน หากเราอยากให้บ้านเป็นพื้นที่ Safezone สำหรับคนคนหนึ่งในระยะยาวเราควรสร้างบ้านเป็นหลุมหลบภัยจากความเลวร้ายและความทุกข์ทั้งปวงจากข้างนอกได้เสมอ

วันนี้เราจึงอยากชวนพ่อแม่ให้ลองถามคำถามวิเศษที่จะช่วยสร้างพื้นที่ Safezone ให้กับลูก เป็นคำถามที่พ่อแม่ควรถามลูกทุกวัน หลังลูกกลับจากโรงเรียน โดยคุณหมอนักจิตวิทยาครอบครัวและเด็กเล็ก อ่านแล้วโดนใจมากๆ เป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากในช่วงเวลานี้ หลังจากที่เราได้เรียนรู้จากเคสโรงเรียนดังแห่งหนึ่งที่ครูลงโทษนักเรียนและใช้ความรุนแรงกับดวงใจน้อย ๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ เราจึงตามหาเรื่องราวดีดีที่คิดว่าต้องมีประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อค่ะ

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงที่จะมองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องเหล่านี้แหละที่เป็นตัวสำคัญในการใช้ชีวิตของลูกเราในวันข้างหน้าและสามารถทำให้พ่อแม่เป็น Safezone ของลูกเสมอได้ด้วย
7
คำถามที่ควรถามลูกเมื่อลูกกลับมาจากโรงเรียน มาดูกันว่ามีคำถามอะไรบ้าง จะมีส่วนช่วยในเรื่องใด

1.วันนี้ลูกเล่นกับเพื่อนคนไหนบ้าง

 

คำถามนี้พ่อแม่จะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเข้าสังคมของลูกเราจริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องถามคำถามนี้ทุกวันก็ได้อาจจะถามสลับกันไปเพื่อให้รู้ว่าลูกเรานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามนี้จะบอกถึงความสัมพันธ์ของลูกกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนว่าเขาสามารถเข้ากับเพื่อนได้หรือไม่ เป็นการบอกว่าลูกปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ดีแค่ไหน หรือเขาไม่มีคนเล่นด้วย หรือเข้ากับคนอื่นไม่ได้ จะต้องรีบหาทางแก้ไขหากปล่อยไว้จะมีผลเสียในระยะยาวแน่นอน
  

2. ในวันนี้มีอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

คำถามจำพวกนี้เป็นคำถามปลายเปิด ซึ่งถามเด็กแล้วเด็กจะตอบคำถามได้มากมาย   เพราะเป็นเรื่องที่เขารู้สึกดีรู้สึกชอบ มีความสุข มีความตื่นเต้น จะทำให้เรารู้จากคำถามด้วยว่า วันนี้เกิดอะไรกับเขาบ้าง คำถามนี้เป็นคำถามที่เวลาลูกตอบนั้นจะมีความสุขเวลาตอบมันมากๆ

3. ตอนกลางวันกินข้าวกับใคร

 

จากคำถามนี้คำถามที่เราจะได้คำตอบว่า ลูกของเรานั้นสามารถเข้าร่วมสังคมกับคนอื่นได้ไหม นั่งกินข้าวกับใคร อยู่กับใครบ้าง ถ้าคำตอบของลูกนั้นในวันแรกกับวันที่ 2 ไม่เหมือนกันคุณถามลูกกลับไปว่าทำไมไม่นั่งกับคนเก่าแล้วรอฟังเหตุผลที่เขาจะตอบมาทำให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกเราบ้างอาจจะเป็นเพราะการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับใครก็ได้เพื่อนคนไหนก็อยากนั่งด้วยหรือที่จำเป็นต้องเปลี่ยนคนนั่งไปเรื่อยๆเพราะไม่มีไม่มีใครอยากนั่งกับลูกเราข้อนี้จะเห็นถึงความสัมพันธ์ที่มากขึ้นว่าลูกสนิทกับเพื่อนคนไหนเป็นพิเศษหรือว่ามีเพื่อนหลายคนหากเปลี่ยนคนบ่อยก็อาจจะถามถึงคนเก่าด้วยเราจะได้เห็นว่าความสัมพันธ์ของลูกกับเพื่อนเป็นอย่างไรจะได้ช่วยประเมินสถานการณ์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก

4. ที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่ง่ายหรือยาก

คำถามนี้เป็นการสอบถามถึงสิ่งที่เขาทำในโรงเรียนแต่ละวันเลยว่ามีอะไรที่ยากหรือง่ายบ้างเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไรซึ่งอาจจะบอกถึงความถนัดของลูกได้เลยรวมถึงบอกถึงสิ่งที่ลูกไม่ชอบและสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของลูกได้เราจะได้หาวิธีการแก้ปัญหาได้ถูก

5. คุณครูได้สอนวิชานั้นเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามคำถามนี้เสร็จ ให้คุณรีบดูสีหน้าท่าทางของลูกเวลาตอบก็ถามไปแล้ว เป็นการสอบถามแล้วสังเกตดูว่าลูกจะตอบอย่างไร หากลูกเต็มใจจะเล่าและสนุกร่าเริงทุกครั้งที่เล่า ก็แสดงว่าลูกรู้สึกดีกับครู แต่ถ้าลูกเลี่ยงที่จะตอบแสดงว่าจะต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างแล้วล่ะ แต่ก็ดูในระยะยาวว่าจะแก้อย่างไรดี 

6. โรงเรียนจะมีจัดงานอะไรในเร็ว นี้

ลูกๆบางคนเมื่อเวลาโรงเรียนจะมีงานที่โรงเรียน ทางโรงเรียนจะแจ้งผู้ปกครองไว้ให้เตรียมงาน และเป็นการถามเพื่อให้ลูกได้นึกและย้ำถึง กิ จ ก ร ร ม ที่โรงเรียนที่กำลังจัดมีขึ้น หรือเพื่อให้ลูกไม่ลืมงานที่ได้รับมอบหมายมาจากโรงเรียน เพราะบางทีลูกก็ลืมและไม่สนใจ เช่น ลืมทำการบ้านก็ต้องถามว่ามีงานอะไรที่ต้องทำไหมวันนี้ ก็ย้ำเตือนลูกไป

7. แล้วลูกไม่ชอบอะไรในวันนี้

ดูจะเป็นคำถามเชิงลบแต่ก็ค้องถาม เพื่อให้เข้าใจลูกมากขึ้นว่าเขาเจออะไรมาบ้างซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ แล้วเราจะได้นำไปปรับใช้และปฏิบัติกับลูกได้ถูก แต่ว่าคำถามนี้ไม่ต้องถามทุกวันก็ได้ ควรจะถามเป็นระยะก็พอ และอย่ าลืมเตรียมวิธีรับมือกับปัญหาเอาไว้ด้วยนะ 

ด้วยความปรารถนาที่เราอยากให้บ้านเป็นพื้นที่ Safezone ตลอดชีวิตของคนคนหนึ่ง

1+

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความ
และเรื่องราวดีๆ

เพียงกรอกอีเมลของคุณ เราจะส่งมอบเรื่องราวดีๆ ให้คุณทุกเดือน

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.